บทที่ 7 สมคำร่ำลือไหม

@มหาวิทยาลัย

การใช้ชีวิตตามปกติของเพลงขิมมักจะอยู่ที่ทำงานพาร์ตไทม์ของเธอ แต่วันนี้เธอกลับต้องเข้ามหาวิทยาลัยทั้งที่ไม่มีสอบ และก็ไม่ได้มีงานให้เก็บคะแนน นั่นก็เพราะเพื่อนสนิทที่ทั้งชีวิตมีเพียงสองคนนี้เท่านั้นของเธอ

คนหนึ่งชื่อเจตต์ มีร่างกายเป็นชาย แต่งตัวแมน ๆ แบบผู้ชาย แต่ใจเป็นเพศทางเลือก ซึ่งเจตต์จะมีจิตใจไปทางไหนนั้น เพลงขิมก็ไม่เคยวุ่นวาย ไม่เคยถามไถ่ เพราะเธอคบด้วยใจจริง ๆ

อีกคนคือผ้าแพร หญิงสาวผู้รักการเรียนเป็นชีวิตจิตใจ ผ้าแพรจะเป็นคนที่คอยจดเลกเชอร์ให้กับเพลงขิม คอยชี้แจงงานต่าง ๆ ที่อาจารย์สั่งให้กับเธอ เพราะเข้าใจดีถึงสาเหตุในการไม่ค่อยเข้าเรียนของเพื่อน

คนทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทที่รักเธอและเธอก็รักเพื่อนอย่างมากมาย ทั้งสามคนค่อนข้างพูดคุยกันแบบตรงไปตรงมาได้ทุกเรื่อง วันนี้ก็เช่นกันที่เพื่อนของหญิงสาวนั้นเร่งเร้าจะเอาความจริงจากปากของเธอให้ได้ เรื่องที่เธอเป็นคู่หมั้นหนุ่มรุ่นพี่สุดฮอต หนึ่งในกลุ่มคนที่ดังที่สุดในมหาวิทยาลัย และกำชับว่าเธอต้องเข้ามาพูดคุยกันต่อหน้าเท่านั้น เรียกง่าย ๆ ว่ามันเป็นการเม้าท์ที่ได้อารมณ์กว่านั่นเอง เพราะเรื่องนี้ทำเอาเพื่อนเธอนั้นพากันตื่นเต้นไม่น้อย

“อะ นั่งลงค่ะหญิง เพื่อนเจตต์ขอสัมภาษณ์หน่อยสิคะ”

“แกนี่ก็เวอร์จริง” เพลงขิมหัวเราะเบา ๆ ให้กับท่าทีของเพื่อน ก่อนจะนั่งลงบริเวณโต๊ะนั่งใต้อาคารคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งเป็นคณะที่พวกเธอเลือกเรียน

“มา! เริ่มเลย นี่มันอะไรยังไงอะแก ทำไมคนที่แทบไม่มีตัวตนในมหาลัยอย่างแก ดันกลายมาเป็นคู่หมั้นของคนที่มีแสงที่สุดในมหาลัยอย่างพี่แสงเหนือได้”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ” เพลงขิมถามด้วยสีหน้าแปลกใจในอาการตื่นเต้นเกินจริงของเพื่อนอย่างเจตต์

“ขนาดนั้นอะถูกแล้ว นี่ไม่อยู่มหาลัยจนไม่รู้เลยเหรอว่าพี่แสงเหนือน่ะดังขนาดไหน”

ร่างบางหันไปหาผ้าแพรอีกคนที่ช่วยเสริมว่าสิ่งที่เธอแปลกใจนั้นไม่ได้เกินจริงเลย

อย่างที่เพื่อนพูดกัน เธอเองแทบไม่มีตัวตนในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เพราะยากจนถึงขั้นต้องทำงานหนักขนาดนั้น แต่เป็นเพราะเธอโตพอที่จะทำงานหาเงินด้วยตนเองได้ และต้องการช่วยเหลือพ่อของเธอโดยการไม่ทำตัวเป็นภาระไปมากกว่าที่เคยเท่านั้นเอง

“แล้วเขาดังขนาดไหนกันล่ะ”

“ฟังเพื่อนนะหญิง…”

เจตต์พูดค้างไว้ก่อนจับไหล่มนของเพลงขิม ให้หันมาตั้งใจฟังในสิ่งที่ตนจะพูด เมื่อจัดท่าทางของเพื่อนสาวจนได้ที่ เสียงที่จีบปากจีบคอเล็กน้อยก็เริ่มพูดต่ออย่างมีอารมณ์ร่วมในนั้น

“…คือมหาลัยของเราเนี่ยจะมีกลุ่มคนอยู่กลุ่มหนึ่ง เป็นนักศึกษาปีสี่คณะวิศวะทั้งหมด ที่ดังฮอตปรอทแตกแบบจะเรียกว่าไอดอลเลยก็ได้ ไม่ผิดนัก ภายในกลุ่มมีกันอยู่ห้าคนคือหนึ่งพี่พอยต์ คิงออฟวิศวะ ดุเดือดเลือดพล่าน ภาพที่เขาหึงน้องเฟย์ลินปีหนึ่งเมื่อวันประกวดดาวเดือนติดตาฉันมากแก หล่อโหด!!สองคือพี่อเกน คนนี้ดูร้ายลึกยังไงบอกไม่ถูก เขาสามารถยิ้มยังไงให้เหมือนไม่ยิ้มได้อะฉันงง นี่ก็อีกคนที่สละโลดไปกับพี่ยี่หวาคู่จิ้นของเขาเรียบร้อยแล้ว สามพี่เนสเตอร์ คนนี้เป็นลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ดูเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ เข้าสังคมเก่งและเฟรนด์ลี่มาก สี่พี่น้ำอุ่น ลึกลับ เงียบเชียบ ไม่มีบท เหมือนคนไม่ชอบเข้าสังคม แต่รักเพื่อนมากนะ เพื่อนไปไหนพี่แกก็ไปหม๊ด และคนสุดท้ายพี่แสงเหนือ คู่หมั้นของแกที่เด่นไปทางเจ้าชู้ร้ายกาจ เพลย์บอยตัวเป้ง! ฉันเลยคาดไม่ถึงไงว่าไหงพี่เขาถึงมีคู่หมั้นได้ แถมยังเป็นเพื่อนสนิทของฉันเองอีกต่างหาก”

“คนแบบนี้นี่ดังได้ยังไงเนี่ย” หญิงสาวที่ได้ฟังเพื่อนสาธยายมาแบบนั้นก็อดที่จะเอ่ยรำพึงรำพันเบา ๆ กับตนเองไม่ได้ แต่ก็ไม่วายเข้าหูเพื่อนสนิททั้งสองคนอยู่ดี

“ก็พวกเขาทั้งหล่อ! รวย! และเก่ง! ไงคะคุณเพื่อน โคตรจะครบเครื่องตามแบบฉบับผู้ชายในฝันของใครหลายคนเลยอะ นี่บางคนถึงขั้นมีสื่อขอทำข่าวด้วยนะ อายุเท่านี้เองแทบจะเป็นผู้บริหารกันหมดแล้ว แถมช่องทางโซเชียลนะคนฟอลหลักแสนนู่นจ้ะ เอาวาร์ปไปฟอลไหมคะคุณเพื่อน”

“ไม่เอาย่ะ ไร้สาระชะมัด ถ้าจะติดตามคนแบบนี้ สู้ติดตามดาราไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ”

“นี่พวกเขาก็หล่อระดับดาราทั้งนั้นแหละ แต่ว่าเข้าถึงง่ายกว่าไง อย่างน้อยเราก็ได้เห็นพวกพี่เขาเดินอยู่ภายในรั้วมหาลัย โดดเด่นเป็นสง่าด้วยออร่าที่เปล่งประกาย ชื่นใจอีเจตต์คนนี้สุด ๆ”

“เป็นไงล่ะยัยขิม เพื่อนแกอะเพ้อสุด ๆ ไปเลยไหม แล้วนี่สรุปแกจะสัมภาษณ์นังขิม หรือมานั่งให้นังขิมสัมภาษณ์แกวะเจตต์”

คำถามของผ้าแพรพาให้ทั้งเจตต์และเพลงขิมหัวเราะลั่นออกมา เพราะนึกย้อนกลับไปก็เห็นได้ว่าคนทั้งคู่สลับบทบาทกันอย่างที่เพื่อนแซวจริง ๆ

“โอเค งั้นตาแกตอบพวกฉันบ้าง สรุปแกกับพี่แสงเหนือไปคบกันตอนไหนวะ”

“เฮ้อ อย่าเรียกว่าคบเลย อันที่จริงเราสองคนไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ”

“หมายความว่ายังไงเนี่ย แกกับพี่เขาโดนคลุมถุงชนเหรอ”

“อืม แต่อันที่จริงมันมีเรื่องราวที่มากกว่านั้นน่ะ” เพลงขิมตอบเพื่อนด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อน เมื่อต้องพูดถึงเรื่องราวที่เธอไม่ได้เต็มใจเป็นคู่หมั้นนี้อีกครั้ง

“ว่ามาเลย”

“เรื่องของเรื่องมันเกิดจากที่พ่อฉันยักยอกเงินบริษัทไปกว่าสิบล้าน เงื่อนไขการแต่งงานบ้า ๆ นี่ก็เลยเกิดขึ้น ตอนแรกฉันคิดว่าพ่อแค่อยากให้ฉันได้สามีเป็นคนมีฐานะ คืนนั้นฉันก็เลยประชดชีวิตด้วยการไปมีวันไนต์สแตนด์กับผู้ชายคนหนึ่ง…”

“อะ..อีขิม” ใบหน้าเหวอ ๆ ของเพื่อน พร้อมกับคำเรียกขานที่เปลี่ยนไป ชัดเจนว่าพวกเธอตกใจกับสิ่งที่เพลงขิมเล่าไปมากแค่ไหน แต่ประโยคพูดของเพลงขิมยังไม่จบ เมื่อเธอเริ่มเล่าต่ออีกว่า

“…แล้วผู้ชายคนนั้น ดันกลายเป็นผู้ชายคนเดียวกับที่ฉันเจอในวันดูตัว”

“พะ..พี่แสงเหนือ?”

“อืม”

“กรี๊ดดด อีขิม นี่แกได้กับพี่แสงเหนือแล้ว!!” เสียงกระโตกกระตากที่มีทั้งความตื่นเต้นและความตกใจปะปนกันของเจตต์ดังขึ้น จนเพลงขิมรวมถึงผ้าแพรด้วย ต้องพุ่งเข้าไปปิดปากเพื่อนรักของตนเองเอาไว้ พลางหันไปมองรอบ ๆ ว่ามีใครอยู่ใกล้พอจะได้ยินประโยคเมื่อกี้หรือไม่ ซึ่งเป็นโชคดีของเพลงขิมเองที่ผู้คนตรงนั้นเบาบางกว่าที่คิด

เจ้าของเรื่องราวยกนิ้วชี้มาแตะที่ริมฝีปากบางของตน เป็นสัญญาณให้เพื่อนของเธอรู้ว่าสิ่งที่เธอเล่านั้นไม่ควรมีใครรู้ และจะกระโตกกระตากอย่างเช่นเมื่อกี้ไม่ได้อีก

เพลงขิมเริ่มเล่าต่อในส่วนที่เป็นรายละเอียดต่าง ๆ ของเรื่องนี้ให้เพื่อนรักทั้งสองคนได้รับรู้เพิ่มเติม โดยไม่มีจุดไหนที่เธอจงใจปิดบังเพื่อนเลย

จนกระทั่งเรื่องราวของเพลงขิมจบลง ริมฝีปากบางหยุดพูดและมองหน้าเพื่อนที่ยังคงมีความตกใจอยู่เล็กน้อย ยิ่งรู้ว่างานหมั้นจะต้องเกิดขึ้นแน่ ๆ ภายในเดือนหน้า ทั้งคู่ก็ได้แต่อวยพรให้เส้นทางชีวิตคู่ออกมาราบรื่น ถึงจะตื่นเต้นแค่ไหนที่เพื่อนได้เป็นว่าที่ภรรยาของคนดังที่ตนเองชื่นชอบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสงสารเพื่อนด้วยเช่นกัน เพราะพวกเธอรู้ดีว่าเพลงขิมไม่มีแม้แต่เศษความรักให้ผู้ชายคนนั้นเลย อีกทั้งยังไม่มั่นใจในตัวของแสงเหนือด้วยเช่นกัน ว่าเขาจะดีหรือร้ายกับเพลงขิมมากแค่ไหน

แต่ทั้งสามคนไม่ได้มีความเศร้าโศกขนาดนั้น จะออกไปทางปลงตกกันเสียมากกว่า โดยเฉพาะเพลงขิมเอง เธอเก่งและจิตแข็งมากกว่าที่ใครหลายคนคิดพอสมควรเลย

“มีอีกอย่างที่ฉันอยากรู้ว่ะ” เจตต์ถามขึ้นมากลางป้อง สีหน้าสงสัยใคร่รู้แสดงออกมาชัดเจนเสียจนคนที่รอตอบอยู่นั้น ก็ลุ้นไปกับสิ่งที่กำลังจะถูกถามด้วยเช่นกัน

“ว่า?”

“พี่แสงเหนือนี่ทั้งใหญ่และก็เด็ดสมคำร่ำลือไหม”

โอ๊ยย ฉันจะบ้า!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป